คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลก


1

ลูกคิด (Abacus)

- ประมาณ  2,600  ปีก่อนคริสตกาล  ชาวจีนได้ประดิษฐ์เครื่องมือเพื่อใช้ในการคำนวณขึ้นมาชนิดหนึ่ง  เรียกว่า  ลูกคิด (Abacus)

- พ.ศ.2158  นักคณิตศาสตร์ชาวสก็อตแลนด์ชื่อ John Napier ได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ที่ใช้ช่วยในการคำนวณขึ้นมาเรียกว่า Napier’s Bones เป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายกับตารางสูตรคูณในปัจจุบัน

- พ.ศ.2173  วิลเลียม  ออตเทรต (William Oughtred)  นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษได้ประดิษฐ์ไม้บรรทัดคำนวณ (Slide Rule)  ซึ่งต่อมากลายเป็นพื้นฐานของการสร้างคอมพิวเตอร์แบบอนาลอก

4

Pascal’s Calculato

- พ.ศ.2185  เบลส์  ปาสคาล (Blaise Pascal)  นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสได้ประดิษฐ์เครื่องบวกลบขึ้น  โดยใช้หลักการหมุนของฟันเฟืองและการทดเลขเมื่อฟันเฟืองหมุนไปครบรอบ  โดยแสดงตัวเลขจาก  0 – 9  ออกที่หน้าปัด

5

กอตฟริต  วิลเฮล์ม  ไลบ์นิซ (Gottfried Wilhelm Leibniz)

- พ.ศ.2214  กอตฟริต  วิลเฮล์ม  ไลบ์นิซ (Gottfried Wilhelm Leibniz)  นักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมัน  ได้ปรับปรุงเครื่องคิดเลขปาสคาล  ให้ทำงานได้ดีกว่าเดิมและเขายังค้นพบเลขฐาน  2 (Binary number)

6

บัตรเจาะรู

- พ.ศ.2288  โจเซฟ  แมรี่  แจคคาร์ด (Joseph Marie Jacquard)  เป็นชาวฝรั่งเศสได้คิด เครื่องทอผ้า  โดยใช้คำสั่งจากบัตรเจาะรูควบคุมการทดผ้าให้มีสีและลวดลายต่าง ๆ

8

Differnce Engine

- พ.ศ.2365  ชาร์ล  แบบเบจ (Charles Babbage)  นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษได้ประดิษฐ์เครื่องมือที่เรียกว่าเครื่องหาผลต่าง (Difference Engine)  เพื่อใช้คำนวณและพิมพ์  ค่าทางตรีโกณมิติและฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์  แบบเบจได้พยายามสร้าง  เครื่องคำนวณอีกชนิดหนึ่งเรียกว่า Analytical Engine โดยมีแนวคิดให้แบ่งการทำงานของเครื่องออกเป็น  3  ส่วนคือ  ส่วนเก็บข้อมูล (Store unit)  ส่วนควบคุม (Control unit)  และส่วนคำนวณ (Arithmetic unit)  ซึ่งแนวคิดนี้ได้รับการนำมาใช้เป็นต้นแบบของเครื่องคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน  จึงยกย่องแบบเบจว่าเป็นบิดาแห่งเครื่องคอมพิวเตอร์  เลดี้  เอดา  ออคุสตา  เลฟเลค (Lady Ada Augusta Lovelace)  เป็นนักคณิตศาสตร์ที่เข้าใจผลงานของแบบเบจ  ได้เขียนวิธีการใช้เครื่องคำนวณของแบบเบจเพื่อแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์เล่มหนึ่ง  ต่อมาเลดี้  เอดา  ออคุสตา  เลฟเลค  จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นโปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก

- พ.ศ.2393  ยอร์จ  บูล (George Boole)  นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ  ได้คิดระบบ พีชคณิตระบบใหม่เรียกว่า Boolean Algebra โดยใช้อธิบายหลักเหตุผลทางตรรกวิทยาโดยใช้สภาวะเพียง  2  อย่างคือ True (On)  และ False (Off)  ร่วมกับเครื่องหมายในทางตรรกะพื้นฐาน ได้แก่ NOT AND และ OR ต่อมาระบบเลขฐาน  2  และ Boolean Algebra ก็ได้ถูกนำมาดัดแปลงให้เข้ากับวงจรไฟฟ้า  ซึ่งมีสภาวะ  2  แบบ  คือ  เปิด, ปิด  จึงนับเป็นรากฐานของการออกแบบวงจรในระบบคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน (Digital Computer)

10

Atansoff

- พ.ศ.2480 – 2481  ดร.จอห์น  วินเซนต์  อตานาซอฟ (Dr.Jobn Vincent Atansoff)  และ คลิฟฟอร์ด  แบรี่ (Clifford Berry)  ได้ประดิษฐ์เครื่อง ABC (Atanasoff – Berry)  ขึ้น  โดยได้นำหลอดสุญญากาศมาใช้งาน ABC ถือเป็นเครื่องคำนวณเครื่องแรกที่เป็นเครื่องอิเล็กทรอนิกส์

11

ABC computer

12

Berry

- พ.ศ.2487  ศาสตราจารย์โอเวิร์ด  ไอด์เคน (Howard Aiken)  แห่งมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ร่วมกับวิศวกรของบริษัทไอบีเอ็มได้สร้างเครื่อง MARK I เป็นผลสำเร็จ  แต่อย่างไรก็ตามเครื่อง MARK I นี้ยังไม่ใช่คอมพิวเตอร์ที่แท้จริงแต่เป็นเครื่องคิดเลขไฟฟ้าขนาดใหญ่เท่านั้น

- พ.ศ.2485 – 2495  มหาวิทยาลัยเพนซิลเลเนียได้สร้างเครื่อง ENIAC (Electronic Numerical Integrator And Calculator)  นับได้ว่าเป็นเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์เครื่องแรกของโลกที่ใช้หลอดสูญญากาศและควบคุมการทำงานโดยวิธีเจาะชุดคำสั่งลงในบัตรเจาะรู

13

14

ENIAC

- พ.ศ.2492  ดร.จอห์น  ฟอน  นิวแมนน์ (Dr.John Von Neumann)  ได้สร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถเก็บคำสั่งการปฏิบัติงานทั้งหมดไว้ภายในเครื่อง  ชื่อว่า EDVAC นับเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่สามารถเก็บโปรแกรมไว้ในเครื่องได้

15

EDVAC

(first stored program computer)

 16

หลอดสูญญากาศ (Vacuum tube)

17

ทรานซีสเตอร์ (Transistor)

- พ.ศ.2496 – 2497  บริษัทไอบีเอ็มได้สร้างคอมพิวเตอร์ชื่อ IBM 701  และ IBM 650  โดยใช้หลอดสุญญากาศเป็นวัสดุสร้าง  ต่อมาเกิดมีการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นสารกึ่งตัวนำขึ้นที่ห้องปฏิบัติการของบริษัท Bell Telephone ได้เกิดทรานซิสเตอร์ตัวแรกขึ้น  ต่อมาทรานซิสเตอร์ได้ถูกนำไปแทนหลอดสูญญากาศ  จึงทำให้ขนาดของคอมพิวเตอร์เล็กลงและเกิดความร้อนน้อยลง (เครื่องที่ใช้ทรานซิสเตอร์ได้แก่ IBM 1401  และ IBM 1620)

18

IC

- พ.ศ.2508  วงจรคอมพิวเตอร์มีการเปลี่ยนแปลงอีกมากเมื่อมีวงจรรวม (Integrated Circuit : IC)  เกิดขึ้น  ซึ่งไอบีเอ็มนี้ได้ถูกนำไปแทนที่ทรานซิสเตอร์  ในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ของระบบคอมพิวเตอร์อีกครั้ง  ซึ่งผลก็คือทำให้คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลง

19

Microprocessor

- พ.ศ.2514  บริษัท Intel ได้ใช้เทคโนโลยีของการผลิตวงจรรวมแบบ (Large Scale Integrated Circuit : LSI)  ทำการรวมเอาวงจรที่ใช้เป็นหน่วยประมวลผลกลาง (CPU)  ของคอมพิวเตอร์มาบรรจุอยู่ในแผ่นไอซีเพียงตัวเดียวซึ่ง  ไอซีนี้เรียกว่าไมโครโปรเซสเซอร์ (Microprocessor)

- พ.ศ.2506  ประเทศไทยเริ่มมีคอมพิวเตอร์ใช้เป็นครั้งแรก  โดยที่คอมพิวเตอร์เครื่องแรกในประเทศไทยได้ติดตั้งที่ภาควิชาสถิติ  คณะพานิชยศาสตร์และการบัญชีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนี้คือ IBM 1620  ซึ่งได้รับมอบจากมูลนิธิเอไอดีและบริษัทไอบีเอ็มแห่งประเทศไทยจำกัด  ปัจจุบันหมดอายุการใช้งานไปแล้ว  จึงได้มอบให้แก่ศูนย์บริภัณฑ์การศึกษาท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ

- พ.ศ.2507  เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องที่  2  ของประเทศไทยติดตั้งที่สำนักงานสถิติแห่งชาติ  ในเดือนมีนาคม  2507

ก่อกำเนิด  ไมโครโปรเซสเซอร์

เมื่อก่อนนั้น Intel เป็นบริษัทผลิตชิปไอซีแห่งหนึ่งที่ไม่ใหญ่โตมากนักเท่าในปัจจุบันนี้  เมื่อปี  ค.ศ.1969  ได้สร้างความสะเทือน  ให้กับวงการอิเล็คทรอนิคส์  โดยการออกชิปหน่วยความจำ (Memory)  ขนาด  1 Kbyte มาเป็นรายแรก

บริษัทบิสซิ  คอมพ์ (Busicomp)  ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องคิดเลขของญี่ปุ่นได้ทำการว่าจ้างให้ Intel ทำการผลิตชิปไอซีที่บิสซิคอมพ์เป็นคนออกแบบเองที่มีจำนวน  12  ตัว  โครงการนี้ถูกมอบหมายให้นาย M.E. Hoff, Jr.  ซึ่งเข้าตัดสินใจที่จะใช้วิธีการออกแบบชิปแบบใหม่  โดยสร้างชิปที่ให้ถูกโปรแกรมได้  หมายถึงว่า  สามารถนำเอาชุดคำสั่งของการคำนวณไปเก็บไว้ใน หน่วยความจำก่อนแล้วให้ไอซีตัวนี้อ่านเข้ามาแปล  ความหมายและทำงานภายหลัง

ในปี  1971 Intel ได้นำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด  โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า Intel 4004  ในราคา  200  เหรียญสหรัฐ  และเรียกชิปนี้ว่าเป็นไมโครโปรเซสเซอร์ (Micro Processor)  ก็เพราะว่า  4004  นี้เป็น CPU (Central Processing Unit)  ตัวหนึ่ง  ซึ่งมีขนาด  4.2 x 3.2  มิลลิเมตร  ภายในประกอบด้วยทรานซิสเตอร์จำนวน  2,250  ตัว  และเป็นไมโครโปรเซสเซอร์ขนาด  4  บิต  หลังจาก  1  ปีต่อมา Intel ได้ออกไมโครโปรเซสเซอร์  ขนาด  8  บิตออกมาโดยใช้ชื่อว่า  8008  มีชุดคำสั่ง  48  คำสั่งและอ้างหน่วยความจำได้  16 Kbyte ซึ่งทาง Intel หวังว่าจะเป็นตัวกระตุ้นตลาดทางด้านชิปหน่วยความจำได้อีกทางหนึ่ง

เมื่อปี  1973  ทาง Intel ได้ออก ไมโครโปรเซสเซอร์  8080  ที่มีชุดคำสั่งพื้นฐาน  74  คำสั่งและสามารถอ้างหน่วยความจำได้  64 Kbyte

ไมโครคอมพิวเตอร์  เครื่องแรกของโลก

เมื่อปี  1975  มีนิตยสารต่างประเทศฉบับหนึ่ง  ชื่อว่า Popular Electronics ฉบับเดือนมกราคม  ได้ลงบทความเกี่ยวกับเครื่องไมโครโปรเซสเซอร์  เครื่องแรกของโลกที่มีชื่อว่า  อัลแตร์  8800 (Altair)  ซึ่งทำออกมาเป็นชุดคิท  โดยบริษัท MITS (Micro Insumentation And Telemetry Systems)  ลักษณะของชุดคิทก็คือ  จะอยู่ในรูปของอุปกรณ์แต่ละชิ้นโดยให้คุณนำไปประกอบขึ้นใช้เอง

บริษัท MITS ถูกก่อตั้งเมื่อปี  1969  โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำตลาดในด้านเครื่องคิดเลข  แต่การค้าชลอตัวลง  ประธานบริษัท  ชื่อ H. Edword Roberts เห็นการไกล  คิดเปิดตลาดใหม่ซึ่งจะขายชุดคิดคอมพิวเตอร์  ประมาณเอาไว้ว่าอาจขายได้ในจำนวนปีล่ะประมาณ  200 – 300  ชุด  จึงให้ทิมงานออกแบบและพัฒนาแล้วเสร็จก่อนถึงคริสต์มาส  ในปี  1974  แต่เพิ่งมาประกาศตัวในปีถัดไป สำหรับ CPU ที่ใช้คือ  8080  และคำว่า  ไมโครคอมพิวเตอร์  จึงถูกเรียกใช้เป็นครั้งแรกเพื่อชุดคิทคอมพิวเตอร์ชุดนี้

ชุดคิทของอัลแตร์นี้ประกอบด้วยไมโครโปรเซสเซอร์  8080  ของบริษัท Intel มีเพาเวอร์ซัพพลาย  มีแผงหน้าปัดที่ติดหลอดไฟ  เป็นแถวมาให้เพื่อแสดงผล  รวมถึงหน่วยความจำ  256 Byte นอกนั้นยังมี สล๊อต (Slot)  ให้เสียบอุปกรณ์อื่น ๆ เพิ่มได้  แต่ก็ทำให้ MITS ต้องผิดคาด  คือ  ภายในเดือนเดียวมีจดหมายส่งเข้ามาขอสั่งซื้อเป็นจำนวนถึง  4,000  ชุดเลยทีเดียว

ด้วยชิป  8080  นี่เองได้เป็นแรงดลใจให้บริษัท  ดิจิตอลรีเสิร์ช (Digital Research)  กำเนิดระบบปฏิบัติการ (Operating System)  ที่ชื่อว่า  ซีพีเอ็ม (CP/M หรือ Control Program For Microcomputer)  ขึ้นมา  ในขณะที่ Microsoft ยังเพิ่งออก Microsoft Basic รุ่นแรกเท่านั้นเอง

ถึงยุค Z80

เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี  1974  ได้มีวิศวกรของ Intel บางคนได้ออกมาตั้งบริษัทผลิตชิปเอง โดยมีชื่อว่า  ไซล๊อก (Zilog)  เนื่องจากวิศวกรเหล่านี้  ได้มีส่วนร่วมในการผลิตชิป  8080  ด้วยจึงได้นำเอาเทคโนโลยีการผลิตนี้มาสร้างตัวใหม่ที่ดีกว่า  มีชื่อว่า Z80  ยังคงเป็นชิปขนาด  8  บิต  เมื่อได้ออกสู่ตลาดได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก  เนื่องจากได้ปรับปรุงข้อบกพร่องต่าง ๆ ที่มีอยู่ใน  8080  จึงทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์  หลายต่อหลายยี่ห้อ  หันมาใช้ชิป Z80  กัน  แม้แต่ซีพีเอ็ม  ก็ยังถูกปรับปรุงให้มาใช้กับ Z80  นี้ด้วย *** แม้ในปัจจุบันนี้ Z80  ยังคงถูกใช้งานและนำไปใช้ในการเรียนการสอนไมโครโปรเซสเซอร์ด้วย  เช่น  ชุดคิดหรือ Single Board Microcomputer ของ ETT, Sila เป็นต้น  และ IC ตัวนี้ยังผลิตขายอยู่ในปัจจุบัน  ในราคาไม่เกิน  100  บาท)

Computer เครื่องแรกของ IBM

ในปี  1975  ไอบีเอ็ม  ได้ออกเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์  เครื่องแรกออกมา  แต่ทางไอบีเอ็มได้เรียกเครื่องนี้ว่าเป็นเทอร์มินัลแบบชาญฉลาดที่สามารถโปรแกรมได้ (Intelligent Programmable Terminal)  และตั้งชื่อรุ่นว่า Model 5100  มีหน่วยความจำ  16 Kbyte แล้วยังมีตัวแปลภาษาเบสิก แบบอินเตอร์พรีทเตอร์ (Interpreter)  ด้วยและมีไดรฟ์สำหรับใส่คาร์ทิดจ์เทปในตัว  แต่ก็ยังขายไม่ดีเอามาก ๆ เลย  เพราะว่าตั้งราคาไว้สูงมากถึง  9,000  เหรียญสหัฐ

ในปลายปี  1980  บริษัทไอบีเอ็มได้เกิดแผนกเล็ก ๆ ขึ้นมาแผนกหนึ่งเรียกว่า Entry Systems Division ภายใต้ทีมของคนชื่อว่า  ดอน  เอสทริดจ์ (Don Estridge)  และนักออกแบบอีก  12  คน  โดยได้รับมอบหมายให้พัฒนาเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของไอบีเอ็มโมเด็ล  5100  นั้นเอง  โดยนำเอาจุดเด่นของเครื่องที่ขายดีมารวมไว้ในการออกแบบเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ของไอบีเอ็มและผลิตจำหน่ายได้ภายในปีเดียวภายใต้ชื่อว่า  ไอบีเอ็มพีซี (IBM PC)  ซึ่งถูกเปิดตัวในเดือนสิหาคม  ปี  1981  และยอดขายของเครื่องพีซีก็ได้พุ่งอย่างรวดเร็ว  ทำให้บริษัทอื่น ๆ จับตามอง

กำเนิด แอปเปิ้ล

ในปี  1976  หลังจาก Stephen Wozniak และ Steve Jobs ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ (Apple Computer)  และได้นำเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์  เครื่องแรกที่ประดิษฐ์จากโรงรถออกมาขายโดยใช้ชื่อว่า Apple I ในราคา  695  เหรียญ  บริษัทแอปเปิลได้ผลิตเครื่อง Apple I ออกมาไม่มากนักภายในปีเดียวได้ผลิต Apple II ออกมาและรุ่นนี้เป็นรุ่นเปิดศักราชแห่งวงการไมโครคอมพิวเตอร์และเป็นการสร้างมาตรฐานที่ไมโครคอมพิวเตอร์ที่เกิดมาตามหลังทั้งหมด

ที่มา : http://historyoffirst.blogspot.com/2010/10/blog-post.html

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s