ประวัติธนาคารแห่งประเทศไทย


headOffice

พระสยามเทวาธิราช  ตราธนาคารแห่งประเทศไทย

ตราธนาคารแห่งประเทศไทย  คือ  พระสยามเทวาธิราชในเหรียญเสี้ยว  อัฐ  โสฬส  ที่ออกใช้ในรัชการที่  5  มาดัดแปลงและเพิ่มถุงเงินในพระหัตถ์เบื้องขวา  ซึ่งเป็นเครื่องหมายถึง  ผู้คุมถุงเงินของชาติ  อันเป็นหน้าที่หลักของธนาคารแห่งประเทศไทย  พระแสงธารพระกรในพระหัตถ์ซ้าย  เพื่อคอยปัดป้องผู้ที่มารุกราน  แต่ได้เปลี่ยนตอนปลายจากรูปดอกไม้มาเป็นลายดอกบัว

จากสำนักงานธนาคารชาติ  ธนาคารแห่งประเทศไทย

ในสมัยรัชกาลที่  4  มีการเจริญสัมพันธไมตรีและติดต่อค้าขายกับต่างชาติมากขึ้น  ในปี  2398  โปรดให้ทำสนธิสัญญาทางการทูตและการค้ากับประเทศอังกฤษ  เรียกว่า  สนธิสัญญาเบาริง  ซึ่งต่อมาประเทศไทยได้ลงนามในสนธิสัญญาแบบเดียวกันนี้กับอีกหลายประเทศ  อันเป็นการเปิดประเทศอย่างกว้างขวางมากขึ้น

เมื่อชาวตะวันตกติดต่อค้าขายกับไทยมากขึ้น  ในสมัยรัชกาลที่  5  และรัชกาลที่  6  ได้มีความพยายามที่จะขอจัดตั้งธนาคารกลางขึ้นในประเทศไทยหลายครั้ง  เพื่อสิทธิในการออกธนบัตร  ซึ่งให้ผลประโยชน์ตอบแทนที่งดงาม  แต่ไม่เป็นผลสำเร็จเพราะฝ่ายไทยเห็นว่าชาวต่างประเทศเหล่านั้นคิดแต่จะเอาผลประโยชน์ฝ่ายเดียว  ทำให้ประเทศไทยเห็นความสำคัญของการมีธนาคารกลางของไทย  เพื่อเป็นสื่อกลางในทางการค้าและทางเศรษฐกิจ  แต่โครงการก่อตั้งธนาคารกลางก็ได้หยุดชะงักไปเพราะเวลานั้นยังขาดประสบการณ์และบุคคลากรที่มีความรู้

ความสนใจที่จะจัดตั้งธนาคารกลางได้มีขึ้นอีกครั้งภายหลังที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองใน  พ.ศ.2475  สืบเนื่องจากการเสนอร่างเค้าโครงเศรษฐกิจของคณะราษฎรที่นายปรีดี  พนมยงค์ (หลวงประดิษฐ์มนูธรรม)  เป็นผู้ร่างได้กล่าวถึงความจำเป็นในการจัดตั้งธนาคารชาติ  เพื่อเป็นกลไกหนึ่งในการดำเนินการเศรษฐกิจของประเทศ  ร่างเค้าโครงเศรษฐกิจของนายปรีดี  พนมยงค์  ไม่ได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจำนวนหนึ่ง  พระยามโนปกรณ์นิติธาดา  นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นจึงประกาศปิดสภาผู้แทนราษฎร

ภายหลังเมื่อพระยาพหลพลพยุหเสนาได้เข้ายึดอำนาจการปกครองเมื่อวันที่  20  มิถุนายน  พ.ศ.2476  จึงมีการสนับสนุนให้มีธนาคารชาติขึ้นอีก  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพระคลังมหาสมบัติได้นำเรื่องเข้าหารือกับนายเจมส์  แบกซ์เตอร์  ที่ปรึกษาการคลังในขณะนั้น  ซึ่งให้ความเห็นว่ายังไม่สมควรแก่เวลาที่จะจัดตั้งธนาคารกลางขึ้น  เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีผู้รู้ผู้ชำนาญทางด้านการธนาคาร  ไม่มีทุนและยังไม่มีระบบธนาคารพาณิชย์ของคนไทยด้วย

รัฐบาลได้ผลักดันเรื่องการตั้งธนาคารกลางอีกครั้งหนึ่งในปี  2478  โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กระทรวงการคลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วย การจัดตั้งธนาคารชาติ  พ.ศ.2478  ซึ่งหลวงวรนิติปรีชาเป็นผู้ร่างขึ้น  เสนอให้ควบรวมบริษัทแบ๊งค์สยามกัมาจล  ทุนจำกัด  ให้เป็นธนาคารชาติ  พระราชบัญญัติดังกล่าวมีเพียง  8  มาตรา  ซึ่งอธิบดีกรมบัญชีกลางในเวลานั้นพิจารณาแล้วเห็นว่าพระราชบัญญัตินี้ยังขาดความรอบคอบและรายละเอียดยังไม่ชัดเจน

ต่อมาเมื่อ  16  ธันวาคม  พ.ศ.2481  พลตรีหลวงพิบูลสงครามได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีและได้แต่งตั้งนายปรีดี  พนมยงค์  เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  เมื่อได้รับตำแหน่งแล้ว  นายปรีดี  พนมยงค์  ได้รื้อฟื้นเรื่องการจัดตั้งธนาคารชาติขึ้น  ให้พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิวัฒนไชย  อธิบดีกรมศุลกากรย้ายมาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของกระทรวงการคลัง  ซึ่งแต่เดิมจะใช้ที่ปรึกษาชาวต่างชาติทั้งสิ้น  ในครั้งนี้นายปรีดี  พนมยงค์  ได้พยายามทำความเข้าใจกับที่ปรึกษาฝ่ายต่างประเทศของกระทรวงการคลัง  ให้เข้าใจถึงความจำเป็นและเจตนารมณ์ของทางการ  ซึ่งในที่สุดก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีในการช่วยร่างกฎหมายจัดตั้งธนาคารชาติไทยขึ้น  นับเป็นก้าวแรกที่นำไปสู่การตั้งธนาคารกลางของประเทศไทยในที่สุด

ในการดำเนินการจัดตั้งธนาคารชาติไทยนั้น  นายปรีดี  พนมยงค์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มอบให้พระวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าวิวัฒนไชย  ที่ปรึกษากระทรวงการคลังฝ่ายไทยรับผิดชอบในการร่างกฎหมายจัดตั้งธนาคารชาติ  ต่อจากที่ปรึกษาต่างประเทศที่ได้ดำเนินการไว้แล้ว  ในที่สุดก็ได้มีการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเตรียมการจัดตั้งธนาคารชาติไทยต่อนายกรัฐมนตรี  เมื่อคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติแล้ว  ให้เปลี่ยนชื่อพระราชบัญญัติเป็นร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งสำนักงานธนาคารชาติไทย  เมื่อผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้วได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่  26  ตุลาคม  พ.ศ.2482  วัตถุประสงค์ประการหนึ่งของการจัดตั้งสำนักงานธนาคารชาติไทยก็เพื่อเตรียมพนักงานสำหรับการทำงานในธุรกิจธนาคารกลางและทำหน้าที่บริหารเงินกู้ของรัฐบาล

สำนักงานธนาคารชาติไทยได้เริ่มปฏิบัติงานเมื่อวันที่  13  พฤษภาคม  พ.ศ.2483  ต่อมาในวันที่  24  มิถุนายน  พ.ศ.2483  ซึ่งเป็นวันชาติในสมัยนั้น  จึงได้ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ  สำนักงานธนาคารชาติไทยดำเนินงานได้เพียงปีเศษก็เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา  ญี่ปุ่นนำกำลังทหารเข้ามายังประเทศไทยในวันที่  8  ธันวาคม  พ.ศ.2484  และได้เสนอให้รัฐบาลไทยจัดตั้งธนาคารกลางขึ้นโดยมีที่ปรึกษาและหัวหน้างานต่าง ๆ เป็นชาวญี่ปุ่น  ซึ่งรัฐบาลไทยไม่อาจยอมให้เป็นเช่นนั้นได้  จึงมอบให้พระวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าวิวัฒนไชยดำเนินการร่างกฎหมายเพื่อเปลี่ยนฐานะของสำนักงานธนาคารชาติไทยให้เป็นธนาคารกลางและให้ประกาศใช้โดยเร็วสุด   พระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย  จึงได้ประกาศใช้เมื่อวันที่  16  เมษายน  พ.ศ.2485  ต่อมาได้ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่  10  ธันวาคม  พ.ศ.2485  ซึ่งเป็นวันรัฐธรรมนูญและในวันต่อมา  ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เริ่มดำเนินการ  ณ  อาคารที่ทำการเดิมของธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้  จำกัด  ถนนสี่พระยา  พระวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าวิวัฒนไชย  ทรงดำรงตำแหน่งผู้ว่าการพระองค์แรก  ต่อมาได้ย้ายที่ทำการมาอยู่  ณ  วังบางขุนพรหมตั้งแต่วันที่  3  มีนาคม  พ.ศ.2488  แล้วย้ายมาอาคารสำนักงานใหญ่ที่สร้างขึ้นในบริเวณวังบางขุนพรหมเมื่อวันที่  12  กรกฎาคม  พ.ศ.2525  และในปี  2550  สำนักงานใหญ่ได้ย้ายมาอยู่  ณ  อาคารสำนักงานใหญ่หลังใหม่ที่ก่อสร้างขึ้นในบริเวณเชื่อมต่อระหว่างวังบางขุนพรหมกับวังเทวะเวสม์

ที่มา : http://www.bot.or.th/Thai/AboutBOT/History/Pages/History.aspx

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s