Archive | กุมภาพันธ์ 2014

เพราะมันไม่ใช่เธอ – รังสิมา มีพันธุ์ (ละครเรื่อง เล่ห์นางหงส์)

เปลี่ยนชื่อ  เปลี่ยนตัว  เปลี่ยนหัว                    ก็เปลี่ยนไป

เปลี่ยนผ้า  เปลี่ยนผม  เปลี่ยนเสียงก็ได้        แต่อย่าคิดไปเปลี่ยนใจ  ติ๊ดตาดาต๊าดา

หลอกเป็นหมอลำ  อำเป็นหมอดู                      ดูเป็นพวกคนทำสื่อ

ติดตามค้นคน  ทนดั่งนักเลง                             ไม่เคยเกรงกลัวใคร

ปลอมตัวไปแล้ว  เป็นร้อยเป็นพัน                     เธอยังต้องการอะไร

หลอกใครต่อใคร หลอกแล้วเป็นไง                 แต่ใจไม่หลอกตัวเอง

เปลี่ยนชื่อ  เปลี่ยนตัว  เปลี่ยนหัว                       ก็เปลี่ยนไป

เปลี่ยนผ้า  เปลี่ยนผม  เปลี่ยนเสียงก็ได้           แต่อย่าคิดไปเปลี่ยนใจ

จับไปร้องเพลง  เก่งสาวไฮโซ                             โอ่เป็นนักธุรกิจ

เกาะติดเรื่องราว  เป็นเหยี่ยวข่าวสาวงาม         ทุกวงการเฉิดฉาย

แต่เธออย่าเผลอ  สบสายตากัน                           ก็มันพาเธอหวั่นไหว

ที่ทำไม่อาจจะฝืนหัวใจ                                          ลองไหมหลอกเป็นตัวเอง

เปลี่ยนชื่อ  เปลี่ยนตัว  เปลี่ยนหัว                         ก็เปลี่ยนไป

เปลี่ยนผ้า  เปลี่ยนผม  เปลี่ยนเสียงก็ได้             แต่อย่าคิดไปเปลี่ยนใจ

เปลี่ยนชื่อ  เปลี่ยนตัว  เปลี่ยนหัว                          ก็เปลี่ยนไป

เปลี่ยนผ้า  เปลี่ยนผม  เปลี่ยนเสียงก็ได้              แต่อย่าคิดไปเปลี่ยนใจ…เพราะมันไม่ใช่เธอ

Advertisements

วันทหารผ่านศึก

ความเป็นมาของวันทหารผ่านศึก

สงครามเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งของมนุษยชาติ  ชนต่างเผ่าต่างพันธุ์แสดงหาอำนาจโดยทำการสู้รบเบียดเบียนกัน  ฝ่ายผู้รุกรานอ้างเหตุผลความจำเป็นต่าง ๆ นานา  ฝ่ายที่ต่อสู้ขัดขวางก็ทำไปตามสิทธิและความรับผิดชอบของตน  ประเทศไทยเป็นชาติหนึ่งที่มีประวัติการสู้รบอันยาวนาน  มิใช่เพื่อรุกราน  แต่เพื่อการปกป้องเอกราชอธิปไตยและดินแดนไว้ให้ลูกหลานสืบไป  บรรพบุรุษของไทยต้องสละชีวิต  เลือดเนื้อ  เพื่อรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้  ชาวไทยทุกคนต่างรำลึกในวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของวีรชนไทย  เมื่อถึงวาระอันสำคัญ  ลูกหลานไทยทุกคนพร้อมที่จะแสดงความคารวะเพื่อเป็นการรำลึกและเทิดเกียรติของท่าน

อดีต

จากอดีตมาจนปัจจุบัน  เมื่อเกิดศึกสงครามชายไทยต้องถูกส่งออกไปทำการรบ  เมื่อสำเร็จสิ้นสงครามก็กลับคืนสู่ภูมิลำเนาเดิม  ต่อมาในสมัยสงครามโลกครั้งที่  2  ทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ในการรบถูกปลดปล่อยอย่างกระทันหัน  ทำให้เกิดความเดือดร้อนในการครองชีพ  โดยเฉพาะครอบครัวของผู้เสียชีวิตหรือทหารที่พิการทุพพลภาพ  ดังนั้นเพื่อหาทางช่วยเหลือทหารผ่านศึกเหล่านี้  รัฐบาลไทยในสมัยนั้น  ซึ่งมีพลเรือตรีถวัลย์  ธำรงนาวาสวัสดิ์  เป็นนายกรัฐมนตรี  จึงได้มอบหมายให้กระทรวงกลาโหมเป็นผู้พิจารณาดำเนินการช่วยเหลือ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการพิจารณาหาทางช่วยเหลือทหารกองหนุน” เมื่อวันที่  11  กันยายน  พ.ศ.2488  คณะกรรมการชุดนี้ได้ปฏิบัติงานโดยใช้สำนักงานและเจ้าหน้าที่ของกรมเสนาธิการทหาร (ปัจจุบันคือ  กองบัญชาการทหารสูงสุด)  และได้พิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุนจากงบประมาณของกระทรวงกลาโหมจำนวนหนึ่ง  เพื่อให้การสงเคราะห์แก่ทหารผ่านศึกนอกประจำการเหล่านั้น  เนื่องจากปริมาณงานด้านการให้ความช่วยเหลือในการสงเคราะห์ทหารผ่านศึกนอกประจำการมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น  การดำเนินงานโดยคณะกรรมการไม่รัดกุมและเหมาะสมกับเหตุการณ์  รัฐบาลจึงจัดตั้ง “องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก” ขึ้นเพื่อให้เป็นหน่วยงานถาวร  ทำหน้าที่ให้การสงเคราะห์แก่ทหารผ่านศึกและครอบครัวทหารผ่านศึกโดยตรง  โดยได้มีการร่างพระราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกและประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่  3  กุมภาพันธ์  พ.ศ.2491  ซึ่งถือเป็นวันทหารผ่านศึกตลอดมา

ปัจจุบัน

ในปี  พ.ศ.2510  สภาทหารผ่านศึกสภากลาโหมและรัฐบาลได้พิจารณาปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติเสียใหม่เพื่อเป็นการขยายการสงเคราะห์ให้รวมไปถึงทหาร  ตำรวจ  ข้าราชการพลเรือนและพลเรือน  ซึ่งได้กระทำหน้าที่ป้องกันหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักร  ทั้งภายในและภายนอกประเทศตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดและรวมถึงทหารนอกประจำการที่มิได้ผ่านศึกด้วยกับทั้งยังได้รวมมูลนิธิช่วยทหารและครอบครัวทหารที่ไปช่วยสหประชาชาติทำการรบ  ณ  ประเทศเกาหลี  ให้เข้ามารวมเป็นหน่วยเดียวกับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  เพื่อให้การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน  พระราชบัญญัตินี้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่  28  ธันวาคม  พ.ศ.2510  ซึ่งเป็นฉบับที่ใช้กันอยู่จนถึงปัจจุบัน

องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกได้ดำเนินการมาเป็นปีที่  55  ปัจจุบันมีทหารผ่านศึก  ครอบครัวทหารผ่านศึกและทหารนอกประจำการที่ต้องให้การสงเคราะห์  รวมประมาณสามล้านกว่าคน

“ดอกป๊อปปี้” ในทางสากลแล้วถือว่าเป็นดอกไม้ที่สื่อความหมายถึง  ทหารผ่านศึกผู้พลีเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องมาตุภูมิอันเป็นที่รักและในประเทศไทยยังกำหนดให้เป็นสัญลักษณ์ของวันทหารผ่านศึก  3  กุมภาพันธ์  ของทุกปีอีกด้วย  ซึ่งในวันนี้ดอกป๊อปปี้สีแดงจะบานสะพรั่งไปทั่วแผ่นดิน

สำหรับประเทศไทยแล้ว  การจัดทำดอกป๊อปปี้เพื่อจำหน่ายในวันทหารผ่านศึกเกิดจากดำริของ ท่านผู้หญิงจงกล  กิตติขจร  ประธานสโมสรสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกหรือมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกในปัจจุบันที่ต้องการจะดำเนินการหาทุนมาช่วยเหลือทหารและครอบครัวทหารผ่านศึกที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันประเทศ  จึงได้เลือกเอาดอกป๊อปปี้สีแดง  ซึ่งมีประวัติเกี่ยวโยงถึงสมรภูมิฟลานเดอร์ส  สมรภูมิเบลเยี่ยมและเนเธอร์แลนด์ระหว่างสัมพันธมิตรและเยอรมัน  ในสงครามโลกครั้งที่  1  โดยสงครามในครั้งนั้น  ทหารพันธมิตรได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากสมรภูมินี้มากที่สุด  จอมพลเอิร์ล  ออฟ  เฮก  ผู้บัญชาการรบที่นั่นได้เห็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าพิศวงและน่าพิศมัยเกิดขึ้น  ณ  สมรภูมิดังกล่าวในบริเวณหลุมฝังศพทหาร

ที่มา : http://blog.eduzones.com/ezine/88124